คอลัมน์ :คุยกับช่างแอร์

คอลัมน์ : คุยกับช่างแอร์
วันที่ปรับปรุง :1 กุมภาพันธ์ 2556

ฟอร์ด เรนเจอร์ แอร์ไม่เย็น

ฟอร์ด เรนเจอร์ ตัวเครื่องดีเซล สองพันห้าร้อย ซีซีเทอร์โบ เริ่มมีอาการแอร์ไม่เย็น มีคนแนะนำให้ไปล้างตู้แอร์ บางคนบอกว่าให้เปลี่ยนคอมแอร์ไปเลย แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจกลัวเสียเงินฟรี



กระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์
พิลึก!!! แค่แอร์ไม่เย็น อย่าเพิ่งคิดเปลี่ยนคอมแอร์

ปัญหาแอร์รถยนต์ “ตกใจ!!!”      

ผมใช้รถกระบะอยู่ครับ เพิ่งได้รถมาใช้งานเพิ่ม ฟอร์ด เรนเจอร์ ตัวเครื่องดีเซล สองพันห้าร้อย ซีซีเทอร์โบ เริ่มมีอาการแอร์ไม่เย็น มีคนแนะนำให้ไปล้างตู้แอร์ บางคนบอกว่าให้เปลี่ยนคอมแอร์ไปเลย แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจกลัวเสียเงินฟรี อยากถามปัญหาดังนี้

Q: การล้างตู้แอร์ด้วยเครื่อง โดยไม่ต้องรือออกมาข้างนอกจะดีหรือเปล่า?
   
A: สวัสดีครับ อยู่ดีๆ ก็โผล่ขึ้นมา ทำเอาชาวบ้านตกอก ตกใจ อย่างเรื่องวันสิ้นโลก เป็นต้น นับวันเรื่องแปลกๆ ก็มีให้เห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ

อย่าง เรื่องการล้างตู้แอร์นี้ ผมจำได้ว่าผมเคยตอบไปแล้ว บ่อยด้วยนะครับ แต่ก็นับว่าเป็นคำถามที่ผู้ใช้รถยนต์อยากรู้

สำหรับรถยนต์แต่ละคัน แต่ทางผู้ผลิตเค้าก็แนะนำโดยใช้วิธีการเฉลี่ย โดยแนะนำให้ทำการล้างตู้แอร์ประมาณทุกๆ 1 ปี หรือราวๆ 20,000 กม. ได้เหมือนกัน นอกจากการล้างตู้แอร์แล้ว ทางผู้ผลิตยังแนะนำให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพลสเซอร์ด้วยพร้อมกันเลย แน่นอนแบบนี้จะต้องปล่อยสารทำความเย็นเก่าออกให้หมดก่อน แล้วถึงจะสามารถถ่ายน้ำมันคอมเพลสเซอร์ออกมาได้

สำหรับการล้างตู้แอร์โดยไม่ต้องรื้อตู้นั้น ก่อนหน้านี้สักสิบปี ถือได้ว่า เป็นการบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่เลยก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องปกติไปซะแล้วครับ มันสะดวกกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับระบบแอร์ที่ยังคงปกติอยู่ เพียงแต่ลมเริ่มเบาลงจากความสกปรกของตู้แอร์ เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่การล้างตู้แอร์มีควายากลำบาก ต้องถอดชิ้นส่วนออกมาจนหมด

แต่ถ้าใช้รถยนต์มานานมากแล้ว รวมทั้งจำเป็นต้องถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นๆ ในระบบด้วยก็ใช้แบบเดิม ซึ่งถอดชิ้นส่วนต่างๆ ของคอยล์เย็นออกมาเถอะครับ มันคุ้มกว่า และลงมือซ่อมแซมได้สะดวกตรงจุด
เรื่องระยะเวลา หรือระยะทาง บางทีอาจไม่มีอะไรที่สามารถบอกค่าได้แบบเฉพาะเจาะจง ว่าต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน หรือต้องลงมือทำเมื่อไหร่ ตอนไหน

อุปกรณ์ที่สำคัญอย่างเอ็กแพนชั่นวาล์วนี่ก็เหมือนกันครับ ผู้ผลิตเองเค้าก็ได้แนะนำและได้ทำการเฉลี่ยเอาไว้ที่ระยะทางใช้งานประมาณ 50,000 กม. หรือถ้าหากคิดเป็นเวลาก็น่าจะประมาณซัก 2 ปีครึ่ง เป็นค่าโดยเฉลี่ยการใช้งาน โดยเฉพาะเอ็กแพนชั่นวาล์ว ถ้าหากมีปัญหาแล้วล่ะก็ระบบปรับอากาศรถยนต์จะมีปัญหามากทีเดียว

การฉีดสารทำความเย็นอาจเกิดการผิดพลาดได้ ซึ่งนอกจากสาเหตุสำคัญที่มันมักจะเสียหายเช่น การอุดตัน บางครั้งการล้าตัวของสปริงภายในตัววาล์ว หลังผ่านการใช้งาน หรือชิ้นส่วนไม่ได้มาตรฐาน มันก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้เช่นกัน แบบนี้แนะนำให้เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดอายุการใช้งาน แม้การทำงานยังปกติ แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ภายหลัง แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ไปเลยครับ อย่าฝืนใช้ เพราะถ้าหากมันงอแงขึ้นมาก็ต้องเสียเวลาในการถอดเปลี่ยน

สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างอุปกรณ์เก็บ กรอง และดูดซับความชื้น มันคือ รีซีฟเวอร์ ดรายเออร์ต้องบอกก่อนนะว่าอุปกรณ์ตัวนี้ในระบบปรับอากาศของรถยนต์มันจะมีอายุการใช้งานที่สั้นที่สุดเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ทางผู้ผลิตแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ ระยะทางราว 30,000 กม. เนื่องจากอุปกรณ์ตัวนี้เมื่อเริ่มการใช้งานมันก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ตลอดเวลา เพราะเป็นอุปกรณที่คอยกรองสิ่งสกปรกในระบบปรับอากาศ โดยกรองสิ่งสกปรกที่ปะปนมาพร้อมกับสารทำความเย็นในระบบ

Q: มีคนบอกว่าคอมแอร์รุ่นนี้ไม่ทน ถ้าหากผมใช้รถต่อไปอีก 5-6 ปี แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนคอมแอร์ใหม่จะพอหาของได้หรือเปล่า เอาของข้างนอกศูนย์?

A: ใจเย็นๆ ครับ จะไปเปลี่ยนคอมแอร์ทำไมครับ ถ้าหากคอมเพลสเซอร์มันยังดีอยู่ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนมัน คอมเพลสเซอร์ถ้าดูแลกันดีๆ หมั่นตรวจเช็คระดับสารทำความเย็น และเปลี่ยนน้ำมันคอมเพลสเซอร์อย่างน้อย 2 ปีครั้ง อายุการใช้งานของคอมเพลสเซอร์แอร์น่าจะต้องเกิน 10 ปีอย่างแน่นอน

แต่ถ้าหากได้รับการดูแลรักษาไม่ดี หรือใช้งานผิดประเภท คอมเพลสเซอร์ในรถยนต์ของคุณเกิดความเสียหายไปซะก่อน ถ้าเกินเยียวยาก็ต้องเปลี่ยนคอมเพลสเซอร์ตัวใหม่ การเปลี่ยนคอมเพลสเซอร์ใหม่เบิกห้างก็จะได้ความมาตรฐาน และการรับประกัน

แต่ก็รู้กันว่า ต้องยอมจ่ายเงินมากกว่าของที่หาได้ข้างนอก แต่ถ้าหากเป็นคอมเพลสเซอร์เก่ามือสอง หรือของรีบิวท์ สิ่งที่ทำได้ก็คือ คุณต้องพยายามหาคอมเพลสเซอร์รุ่นเดิม ที่ตรงรุ่นให้ได้ แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ควรเลือกตัวที่ต้องมีการดัดแปลงน้อยที่สุด

เมื่อได้มาแล้วก็จัดการตรวจเช็คชิ้นส่วนอื่นๆ ในระบบทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคอมเพลสเซอร์ แล้วจึงประกอบคอมเพลสเซอร์เข้ากับระบบ จากนั้นทำแวคคั่ม และเช็ครั่ว มาถึงขั้นตอนนี้จึงถึงขั้นตอนของการชาร์จน้ำยา

เมื่อเรียบร้อบยก็ตรวจเช็คการทำงาน ถ้าใช้ได้ก็จ่ายตังค์ จากนั้นเอาไปใช้งานสักหนึ่งอาทิตย์ แล้วนำกลับมาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ไม่เสียเวลา หากผิดพลาดอะไรจะได้แก้ไขได้

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แอร์ไม่เย็น


อ่านบทความย้อนหลังในหมวดเดียวกัน ลำดับล่าสุด>>>
9 ตุลาคม 2557

19 กันยายน 2557

9 กันยายน 2557

9 กันยายน 2557

2 พฤษภาคม 2557

31 มีนาคม 2557

img img
MEMBER LOGIN
จดจำ |
MEMBER LOGIN
จดจำ |